Child

posted on 03 Sep 2008 01:01 by blueblurryeyes  in Song

 

เฝ้าค้นหา ในความหมาย ยังไร้คำตอบ
ในแววตาดวงน้อย ยังมีคำถามมากมายที่อยากรู้

เขาเอ่ยถาม แต่คำถาม มีหลายคำตอบ
เก็บความสงสัยไว้ในใจ ทำความเข้าใจกับทุกสิ่งที่ผ่านมา

เขาอยากจะรู้่...ถึงความรู้สึก  และอยากจะรู้...ถึงความฝัน
ที่ไขวคว้าและตามมานาน  อยู่ที่ใด  ในความจริง?

ทุกสิ่ง นั้นหมุนเวียน เปลี่ยนไปทุกวัน
แลดูปุยเมฆมวลลอย กาลเวลาไม่คอย ให้คล้อยตาม

เธอเคยไหม ที่นึกย้อน เรื่องราวเก่าๆ
ภาพเด็กน้อยในวันวาน กับร้อยยิ้มในวันนี้ คิดอย่างไร

เขาอยากจะรู้่...ถึงความรู้สึก  และอยากจะรู้...ถึงความฝัน
ที่ไขวคว้าและตามมานาน  อยู่ที่ใด  ในความจริง?

เด็กน้อย ยังคงอยากรู้ เด็กน้อย ยังใฝ่ฝัน
เจ้าเด็กน้อย อยู่ที่ใด?


-----------------------------------------------------------------------

^__^

 

อีกไม่กี่วันจะเปิดเวบแล้ว รอโฮสใหม่อยู่นะ ช่วงนี้งานยุ่ง

ทั้งงานเวบ งานที่ออฟฟิต แล้วก็งานเพลง 

นี่เป็นเพลงใหม่ ล่าสุดที่เราเขียนเนื้อ อิๆ 

ชอบเพลงนี้จัง

edit @ 3 Sep 2008 01:05:29 by blueblurryeyes

edit @ 3 Sep 2008 01:06:21 by blueblurryeyes

Design + Culture

posted on 06 Apr 2008 21:46 by blueblurryeyes  in Book

ผมอดไม่ได้ ที่จะไม่พูดถึง หนังสือเล่มนี้ Design + Culture

โดยส่วนตัวผมเองไม่ใช่ กราฟฟิค ดีไซน์ แต่เนื่องจากว่า ผมต้องการไอเดียอะไรใหม่ๆ ทางด้านกราฟฟิคใ้ห้แก่เวบผมซึ่งทำใกล้ เสร็จแล้ว ยังคงเหลือแต่งานทางด้านดีไซน์ ทั้งเวบ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นที่สนใจสำหรับผม

โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปงานหนังสือ เล็งหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่อยู่ในหัวแล้ว ที่จะไปซื้อ ในงานนี้คือ วิชาสุดท้าย ซึ่งเป็นรวมบทสุนทรพจน์ของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ แก่ นักศึกษาที่ำกำลังจะจบออกไป ผมว่าน้องๆ ซึ่งกำลังจะเรียนจบ น่าที่จะลองหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านดูนะครับ ให้แรงบันดาลใจดี รวมถึงแง่คิดดีๆ ในการออกจากรั้วมหาลัยสู่วัียทำงาน จากบูธ โอเพนบุค นี้แหล่ะผมได้เจอหนังสือที่ไม่ได้คาดหมายไว้ ว่าจะเจอที่นี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกแบบ พอดีกับที่ผมกำลังจะทำในส่วนของการออกแบบเวบไซต์ของผมเองอยู่พอดี จึงหยิบมาดู รูปเล่มดูสวยดี แถมพิมพ์ 4 สี อีก เล่มก็หนาอีก มีรายละเอียดเป็นบทความแบ่งเป็นตอนๆ  จัดทำโดยฟ้าเดียวกัน ชื่อนี้ทำหนังสือดีน่าสนใจ ผมจึงตัดสินใจซื้อเลย Design + Culture

ในวันนี้ ได้มีโอกาส อ่าน ผ่านไปสองบทความ รู้สึกประทับใจ ผู้เขียนได้ดี เพราะนี่ ไม่ใช่แค่หนังสือ เพียงการออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่มีอะไรมากกว่านั้น  มีอะไรให้ฉุกคิดและคิดตาม ทำให้ผมเกทไอเดียในการออกแบบมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้น่าสนใจดีนะ

 ตัวหนังสือแบ่งเป็น 5 หมวดใหญ่ แบ่งได้หมวดหมู่ได้อย่างมี สไตล์ 

 1.IDENTITY   2.STYLE    3.ICON     4.INFORMATION      5.OBJECT

 

  หมวดที่ 4 กับ ที่ 5 ทำให้ผมนึกถึง สายงานที่ผมทำเลย oop หุๆ   ผมอ่านจบไปสองตอนแล้ว 

  ตอนแรกว่าด้วยเรื่อง แบนด์เลยครับ แล้วโยงไปถึงเื่รื่องราวยุคสมัยของคนเราในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยยังไม่ทิ้งเรืองราวของการออกแบบไว้ ทฤษฎีการออกแบบ ยังคงมีการสอดแทรกไว้ด้วย

  ตอนที่สอง ว่าด้วยเรื่องแบบไทยๆ การนำเสนอในความเป็นไทย การออกแบบ และการที่ฝรั่งนำความเป็นไทยไปผสมใช้ และไทยนำรูปแบบ แบบฝรั่งมาใช้ สรุปสุดท้ายมีการแอบจิก ในสไตล์ของผู้เขียน ในเชิงวิพากษ์ วิจารณ์ได้เป็๋นอย่างดีครับ ผมรู้สึกชอบ

 ด้วยความ ประทับใจกับหนังสือเล่มนี้ จึงแวะมาเขียน และอยากแบ่งปันความรู้สึกร่วมครับ

  รายละเอียด เกี่ยว กับ หนังสือ  

 Design + Culture

 ผู้แต่ง ประชา สุวีรานนท์

 พิมพ์ ครั้งแรก สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน

 มีนาคม 2551  จำนวน 4000 เล่ม 

 เดี๋ยวไป อ่านตอนต่อไปแล้วครับ ^__^ 

สนุกดี ได้แง่คิด ด้วย  ผมคิดว่าคงได้อะไรดีๆ จากเล่มนี้ มาใช้ในเวบผม อย่างแน่นอน

   

 ใครในวัยเด็ก คงจะจำกันได้ กับการ์ตูน ยอดมนุษย์ สู้กับ สัตว์ประหลาดตัวยักษ์ๆ ยอดมนุษย์ อุตตร้าแมน

 ผมว่าครั้งหนึ่่ง ใครทีเ่คยผ่านวัยเยาว์ มาแล้ว คงจะเคยดูกัน บ้างนะ มีหลายรุ่นเสียด้วย 

 ดู เอมวี ตัวนี้แล้ว นึกไปถึง การ์ตูนยอดมนุษย์ ที่เราดูตอนเด็กๆ แต่ที่เจ๋งและที่แปลกในเอมวี ตัวนี้คือ

 เจ้าเหล่า สัตว์ประหลาด ทั้งหลาย ต่างพากันมาเต้นๆ นี่ซิ ดูแล้ว ขำดี แล้ว เจ้ายอดมนุษย์ชาย-หญิง

 ต่างก็รักกัน ส่งสัญญาณหัวใจ เป็นแสงสีชมพู วิ๊งๆ เก๋ ไปอีกแบบ

 หลังจากดูเอมวีตัวนี้จบ มีคำถามอีกมากมายอยู่เหมือนกัน ว่าเจ้าการ์ตูนยอดมนุษย์  VS  สัตว์ประหลาดนี้

 มีที่มาจากที่ใด จากประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกรึเปล่า   แต่จากเอมวีตัวนี้ เป็นของศิลปิน

 วง Bloc Party จากเกาะอังกฤษ ไม่ใช่ วงญี่ปุ่นทำ  หรือว่าเขาเหล่านั้นจะเคยดูการ์ตูนแบบนี้

 เหมือนกับที่ผมเคยดูตอนเด็กๆ รำลึก วัยเยาว์ดี แต่หากการ์ตูนแบบนี้ ญี่ปุ่นทำเป็นเจ้าแรก ก็ถือว่า

 ได้แพร่หลาย ไอเดีย ความคิดไปไกลเหมือนกันนะ เดี๋ยวนี้เอมวี

 เมืองนอกเริ่มที่จะเอากลิ่นอายฝั่งตะวันออก มาผสมเยอะเหมือนกัน ทั้งกังฟู ยอดมนุษย์แปลงร่าง

 จะว่าไปแล้ว เดี๋ยวนี้หาคนทำการ์ตูนยอดมนุษยตัวใหญ่ๆ์ แบบนี้หา ก็ หาดูได้ยากเหมือนกันนะ

 

 รำลึก อดีต อิอิๆ กับวงประทับใจ เพราะ ผม เป็นแฟนวง นี้ครับ ทำเอมวีกระชากวัยเยาว์ดี 

I'm Not Gonna Teach Your Boyfriend How To Dance With You.

posted on 29 Feb 2008 23:46 by blueblurryeyes  in Song

I'm Not Gonna Teach Your Boyfriend How To Dance With You.

น่ารักๆ เพลงนี้ น่ารักดี ชอบๆๆ ซาวน์ดนตรี ดีมาก ต้องฟังเวอร์ชั่น แบลค คิดส์ นะ

แบบว่าฟัง เพลงนี้ แล้ว มี รอยยิ้ม ขึ้นมาบนริมฝีปากเลย เนื้อเพลงน่ารักดี คิดได้ไง เนี่ย เหอๆ

 

You are the girl that I've been dreaming
of ever since I was a little girl.

One!
I'm biting my tongue.
Two!
He's kissin' on you.
Three!
Oh, why can't you see?
One! Two! Three! Four!

The word's on the streets and it's on the news:
I'm not gonna teach him how to dance with you.
He's got two left feet and he bites my moves.
I'm not gonna teach him how to dance! dance! dance! dance!
The second I do, I know we're gonna be through.
I'm not gonna teach him how to dance with you.
He don't suspect a thing. I wish he'd get a clue.
I'm not gonna teach him how to dance! dance! dance! dance!

One!
You're biting my tongue.
Two!
I'm kissin' on you.
Three!
Is he better than me?

edit @ 29 Feb 2008 23:54:11 by blueblurryeyes

Dog Hero

posted on 27 Feb 2008 10:30 by blueblurryeyes  in Dog

 

     ผมไปสะดุดข่าว หนึ่งจึงนำมาให้อ่านกัน อ่านแล้วรู้สึกเศร้า และ ทึ่ง แล้วอยากให้น้องหมาหายไวๆ เหตุเกิดก็คือน้องหมาได้ไปช่วยชีวิตนาย จนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส อ่านแล้วอาจจะเป็นข่าวเล็กๆ แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่า หมาก็รักนายของมัน เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์็ก็ว่าได้ คบหมาเป็นเพื่อนยังดีกว่าคบเพื่อนเป็นหมา ผมเห็นด้วยกับวลีเด็ดๆ แบบนี้ เพราะน้องหมาไม่เคยทำร้ายนายของมันเลย สุนัขบางพันธ์รักเพื่อนมนุษย์เสียซะด้วยซ้ำไป เห็นคนมากระดิกหางให้ก็มี แต่ก็มีคนบางประเภทก็ชอบทำร้ายสัตว์หาที่ระบายไม่ได้ก็มาลงที่หมา น่าสงสารครับ จากข่าวนี้ทำให้ผมนึกไปถึงภาพยนต์สายลับจับบ้านเล็กและอีกหลายๆ เรื่อง ที่สุนัขมีความรู้สึกรักและปกป้องนายของมัน เหตุการณ์นี้ก็เคยเกิดขึ้นกับป้าผมท่านเล่าให้ฟังว่า น้องหมาที่เลี้ยงไว้ ช่วยทำให้รอดชีวิตจาก งูเฮ่าที่แอบซ่อนอยู่โกดังเก็บของคืองูเฮ่ากำลังจะฉกเหมือนน้องหมาเขารู้นะ กระโดดงับหัวงูในฉับพลัน ช่วยให้ป้าผมรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด น้องหมาจะคอยตามเราเสมอกระิดิกหางแล้วเดินตามคอยสอดส่องดูแล ยามเหงาก็เป็นเพื่อนให้เราได้ ยามร้ายก็ช่วยเหลือเราสุดยอดเพื่อนแล้วหล่ะครับ

 

--------------------------------------------------------------------------------------- 

 

ไอ้ก๋า ฮีโร่หมาไทย ก่อวีรกรรมช่วยชีวิตเจ้านาย หลังถูกคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนจ่อหัว กระโดดกัดมือ ถูกยิงขาหน้า 2 นัด บาดเจ็บสาหัส แพทย์เผยก่อนผ่าตัดหยุดหายใจไปแล้ว แต่ปั๊มหัวใจจนฟื้นแล้วผ่าหัวกระสุนขนาด 9 มม.ออก อาการยังน่าเป็นห่วง ต้องดูแลใกล้ชิด ตำรวจออกหมายเรียกแล้ว ประสานขอหัวกระสุนเป็นหลักฐาน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก พีอีที. คลินิก รักษาสัตว์ ตั้งอยู่ที่ ต.บางแก้ว เขตเทศบาลเมืองอ่างทอง ว่า มีสุนัขถูกยิงมารักษา และสัตวแพทย์กำลังช่วยเหลือชีวิตอยู่ในคลินิก หลังจากรับแจ้งจึงไปตรวจสอบ พบว่าสุนัขชื่อ ไอ้ก๋า เพศผู้ อายุ 14 ปี สีขาว พันธุ์ไทยผสม นอนให้น้ำเกลืออยู่ในกรง เตรียมทำการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก

 


จากการสอบถาม น.สพ.ดนัย สุมานิก กล่าวว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา นางทวี มากมี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/6 หมู่ 6 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง นำไอ้ก๋ามาให้สัตวแพทย์ช่วยชีวิต บอกว่าไอ้ก๋ากระโดดช่วยชีวิต และกัดคนร้ายที่กำลังจะลงมือฆ่านางทวี ทำให้ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ

น.สพ.ดนัย กล่าวต่อว่า สุนัขตัวนี้ถูกคนร้ายยิงที่ขาหน้าขวา 2 นัด กระสุนฝังใน คมกระสุนทำลายกระดูกจนแตกละเอียด ต้องให้น้ำเกลือและผ่าตัดเอากระสุนออก จากนั้นก็เอาเศษกระดูกที่แตกออก พร้อมกับเย็บบาดแผล และช่วยเร่งแคลเซียม เพื่อให้กระดูกประสานกันเองให้เร็วที่สุด

ด้านนางทวี กล่าวว่า ทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่งใน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี หลังเลิกงานได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ระหว่างขับผ่านสะพานเห็นนายโต๋ ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 44 ปี ยืนทะเลาะกับวัยรุ่นอยู่ จึงจอดรถจักรยานยนต์ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน นายโต๋กลับตะโกนสวนว่า "มึงเก่งนักหรือ" พร้อมกับคว้ามีดไล่ฟันตน จนต้องวิ่งหนีเข้าบ้าน

แต่นายโต๋ยังไม่เลิกโมโห ขับรถกระบะวีโก้ไปบ้านพร้อมคว้าปืนกลับมาบ้านของตน ระหว่างนั้นตนอยู่บ้านคนเดียว นายโต๋เอาปืนจี้ที่หัวตน บอกว่าเก่งนักก็ตายซะ ตนนั่งยกมือไหว้ขอชีวิต ทันใดนั้นไอ้ก๋า สุนัขที่เลี้ยงไว้ และอยู่ในบ้านด้วยกัน เห็นตนถูกทำร้ายก็เริ่มเห่าและกระโดดกัดนายโต๋ จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายโต๋ได้ใช้ปืนที่เตรียมมาจะยิงตน ยิงใส่ไอ้ก๋า 2 นัดซ้อน กระสุนเข้าที่บริเวณขาหน้าได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

นางทวี กล่าวอีกว่า หลังจากนายโต๋ยิงไอ้ก๋าแล้ว ยังหันกระบอกปืนมาที่ตนอีก และทำท่าจะยิง แต่ตนร้องขอชีวิตเอาไว้ โดยบอกว่าไม่ได้เก่งกาจอะไร แค่เห็นคนทะเลาะกันก็เลยจอดรถถามดูเท่านั้น โดยขอร้องวิงวอนอยู่พักใหญ่ นายโต๋จึงยอมไว้ชีวิตและออกจากบ้านไป

"สงสารไอ้ก๋ามัน ที่ต้องมาถูกยิงแทนฉัน มันซื่อสัตย์มาตลอด วันนี้มันช่วยชีวิตฉันให้รอดพ้นอันตราย แต่มันต้องมาถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หากมันตายฉันคงจะเสียใจมาก" นางทวี กล่าว

ด้าน น.สพ.ภูริทัต ยอดเพ็ชร ที่ดูแลอาการของไอ้ก๋า กล่าวว่า ก่อนผ่าตัดสุนัขหยุดหายใจไปพักหนึ่ง แต่ช่วยปั๊มหัวใจจนฟื้น จากนั้นได้ผ่าตัดเอาหัวกระสุนขนาด 9 มม.ที่ฝังอยู่ต้นขาหน้าขวาออก แต่พบว่ากระดูกแตกละเอียด ขณะนี้อาการไอ้ก๋าถือว่าน่าเป็นห่วง ต้องดูแลใกล้ชิด ให้นอนพักรักษาตัวอีกระยะหนึ่งจนกว่าแผลและกระดูกสมานกันดีขึ้น และสามารถเดินได้

นางทวี กล่าวว่า ไอ้ก๋า สุนัขพันธุ์ไทยผสมของตน เป็นที่รู้จักของเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างดีว่ามีความดุร้ายและรักเจ้าของมาก หากมีเพื่อนบ้านเข้ามาใกล้ไอ้ก๋าก็จะเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของผู้นั้นตลอด ไม่ยอมละสายตาจนกว่าบุคคลนั้นจะเดินออกไป บางรายก็อาจจะถูกไอ้ก๋ากัดได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.ท.บุญชอบ อิ่มยิ้ม สว.หน.สภ.เกษไชโย กล่าวว่า ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังจะออกหมายเรียกตัวมาสอบสวน ที่สำคัญได้ประสานไปยัง พีอีที. คลินิก เพื่อขอหัวกระสุนมาเป็นหลักฐานดำเนินคดีต่อไป

 

---------------------------------------------------------------------------

 

  

If Looks Could Kill

posted on 27 Feb 2008 00:30 by blueblurryeyes  in Song

ชอบเพลงนี้จัง

อยากทำดนตรี แนวแบบนี้ให้เกิดขึ้นในบ้านเรา

อยากจับคีย์บอร์ด ทำเพลงจัง ช่วงนี้จับแต่คีย์บอร์ดคอม เร่งทำเวบ

เสร็จงาน เวบก่อนเถิดนะ จะกลับมาทำคอมมิวสิค ต่อ   สร้างสรรค์ งาน เพลงใหม่ๆ  รวมถึงดนตรี กลิ่นอายแบบนี้ด้วย

ฟุ้งไปด้วย เสียงซินธ์ใส ๆ ฟังแล้วไพเราะจับใจ กลิ่นอายดนตรี รีโทรป๊อบ 

edit @ 27 Feb 2008 00:36:37 by blueblurryeyes

Happy Valentine 's Day

posted on 17 Feb 2008 03:13 by blueblurryeyes  in Song

ทุกๆ คืนวันดูช่างมีความหมาย  ดอกไม้เบ่งบาน ด้วยรอยยิ้มของเธอ

โอ้...ฉันรักเธอทุกๆ วันเวลาไม่เสื่อมคลาย ขอแค่มีเธอเพียงแค่่อยู่ตรงนี้

ทุกๆ นาทีที่เรามีให้กัน  ไม่ว่าวันอะไรจะอย่างไรก็มีความหมาย 

 ---------------------------------------------------------------------------

 B

ดูแลหัวใจให้กันและกัน เปลี่ยนทุกคืนวันให้สดใส

มีฉันมีเธออยู่ทุกวัน

--------------------------------------------------------------------------- 

 (A,B)

แม้ว่าวันนี้จะไม่มีดอกไม้่ ฉันนั้นเข้าใจในความรักของเรา

ไม่ต้องการอะไรอื่นใดนอกจากใจ ที่เรามีให้กัน

--------------------------------------------------------------------------- 

Solo....................... Happy Valentine 's Day

 

---------------------------------------------------------------------------- 

 เพลงนี้ แต่งขึ้นมาด้วยท่วงทำนองจังหวะเมอรี่บีท กลิ่นอายแบบ เดอะบิทเทิล  ยุคแรกๆ ่ฟังสบายด้วยเมโลดี้ที่สวยงาม ให้ความรู้สึกถึงคนที่เรารักได้เป็นอย่างดี โซโล่นำมาใส่ในตอนท้ายและปิดท้ายด้วย วลี เด็ด เหมือนคนรักพูดให้แก่กันในวันแห่งความรัก อาจจะเป็นการมอบของขวัญให้กัน ตัวละครในบทเพลงอาจจะเป็นคนขึ้เล่นสักหน่อย ว่าปีนี้ฉันไม่มีอะไรให้เธอนะ อาจทำเซอร์ไำพสคนรักเขาด้วยคำว่า Happy Valentine 's Day พร้อมกับมอบดอกไม้่หรือของขวัญก็เป็นได้

จริงๆ แล้ววันวาเลนไทน์อาจไม่ใช่วันสำคัญที่สุด เพราะทุกๆ ก็วันคือวันแห่งความรักนั่นเอง 

แรงบันดาลใจที่ทำให้ ผมเขียนเนื้อเพลงนี้ ขึ้นมาได้ ก็ได้จากการดู ภาพยนต์ เรื่อง All About Love จบนั่นเองเป็นหนังเศร้านะ แต่สุดท้ายตอนจบพระเอกของเราก็มองโลกในแง่ดี เหมือนมีเธออยู่ทุกๆ วัน

 

แต่งไว้่นานแล้วหล่ะ เพลงนี้ เห็นว่า เป็นโอกาสดีๆ จึงนำมาโพส

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ทุกๆ คน ครับ 

 

 

Radio Alone

posted on 20 Dec 2007 11:06 by blueblurryeyes  in Song

บังเอิญ ไปอ่าน Blog หนึ่งเกี่ยวกับ เรื่องการแต่งเพลง

เลยขอเอาเพลงที่่เราแต่งไว้ ล่าสุดนำมาลงบ้าง แต่งไว้เมื่อปีที่แล้วนู้นแหน่ะนานไหม

ทว่าเพลงนี้ทำดนตรีแล้วนะ ที่ผ่านๆ มาไม่ค่อยได้แต่งเพลงก็ เพราะทำงานด้านเทคนิคอยู่

ทั้งมิกซ์และทำดนตรี ดูแลวง ทำให้มันเป็นเพลงโดยสมบูรณ์แบบให้ได้ แล้วก็ทำงานประจำ

รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ อารมณ์ในการเขียน

เนื้อร้องน้อยลง สงสัยคงลงไปทำในภาคดนตรีมากเกินไป ต้องหาเวลาบิวซ์อารมณ์สักหน่อยแต่ช่วงนี้

ก็อยากแต่งเพลงมากๆ นะ เหมือนอัดอั้นมานานไม่ได้เขียนมานาน มีหลากหลายเรื่องราวอยากเขียนออกมา ต่อไปพยายามที่จะเขียนเนื้อออกให้ออกห่างจากเรื่องความรักหนุ่มสาว อยากเขียนอะไรที่แตกต่าง

เพลงใหม่ล่าสุดที่เราแต่งนี้ พูดถึงเืรื่องความเหงา กับ เสียงดนตรี และวิทยุ

-----------------------------Radio Alone--------------------------------

Intro

ในค่ำคืนนี้มีเพียงแต่ตัวฉัน จะเงียบเพียงใดก็มีเสียงดนตรีที่คุ้นเคย

ขับกล่อมให้คลายเหงาเบาๆ กับเสีียงเพลง ที่คอยเล่นบรรเลง อยู่ข้างกาย

ทุกค่ำคืนเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย คอยความรักจากใครสักคน

* แม้คืืนนี้จะเหงาเพียงใด จำฝืนทน ต้องนอนกอดตัวเอง

** อีกนานไหม.. นานเท่าไหร่ ที่ฉันต้องอยู่อย่างนี้ มีเสีียงดนตรี คอยปลอบใจ

** จะมีไหม...ใครสักคน ที่ทำให้ชีวิตฉัน...ไม่ต้องเหงา (อีกต่อไป)

และในตอนนี้บทเพลงแห่งความหวัง ดีเจเปิดเพลงที่ฉันชอบฟัง

เล่นเพลงแห่งความรักที่เปี่ยมด้วยความหมาย ชุ่มชื่นหัวใจทุกครั้งที่ได้ฟัง

แต่แล้วความจริงไม่เป็นดั่งเพลง ไม่มีรักจากใครสักคน

(* **)

Solo

(**)

Outro

---------------------------------------------------------

Behind This Song

แรกเริ่มเขียนเพลงนี้ขึ้นมาจากความรู้สึกว่า อยากเขียนเนื้อเพลงให้ผู้หญิงร้องสักเพลง เอ๊ะ แล้วจะบอกเล่าเรื่องราวอย่างไรดี นั่งคลำกีตาร์อยู่ตั้งนานนึกไปนึกมาถึงความรู้สึกของผู้หญิง ต้องไม่ใช่เพลงอกหัก แล้วเรื่องราวของความเหงาหล่ะ ผู้หญิงมักจะขี้เหงามากกว่าผู้ชายรึป่าว เวลาเหงาๆ เขาทำอะไรกัน ผู้หญิงชอบฟังเพลง ใช่แล้ว มองไปที่หน้าจอคอม ความคิดหลายๆ อย่างเริ่มปะติดปะต่อมา การฟังเพลงที่มีการพูดคุย ประกอบกับเมื่อวันก่อนไปเดินคลองถมกลางคืนเห็นวิทยุเก่าๆ วางขาย หากจะพูด ถึงเรื่องวิทยุกับผู้หญิงหล่ะ ใช่แล้วความเหงา การฟังเพลง แล้วเราก็เริ่มลงมือเขียนเนื้อทันทีเริ่มจากทำนองก่อน เอาแบบเหงาๆใส่เนื้อเข้าไปเริ่มเล่าเรื่องราว ในช่วงที่สองใส่ตัวละครโดยมีดีเจเิพิ่มเข้ามากับบทเพลงที่เธอ ชอบฟัง ผู้หญิงชอบฟังเพลงรักแม้จะสมหวังหรือไม่สมหวังก็ตาม พอแต่งเสร็จก็มาดูภาพรวมขัดเกลาให้เข้า กับความรู้สึกของเราด้วย ความโดดเดี่ยวของสังคมความเหงา วิทยุในคำจำกัดความของผมก็ไม่ได้หมายถึง เครืื่องเล่นวิทยุอีกต่อไปแล้วในสมัยนี้เราก็็มีวิทยุออนไลน์ให้ฟังกันได้

ต่อมาเจ้านักร้องนำได้ฟังเพลงนี้แล้วชอบก็เลย ขอนำมาร้องเราก็จัดให้ทำดนตรีกันในวงกันซะเสร็จสรรพ เพลงนี้จากความคิดเราสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในเพลงนี้ก็คือเสียงซินธ์คลอๆ ให้บรรยากาศเหงาๆ เราจึงลงมือใส่ซินธ์ เองซะเลย และในที่สุดก็เสร็จออกมาเป็นเพลงจนได้ แม้จะได้กลายเป็นชายเหงาไปเสียแทน

---------------------------------------

 

 

Myths of the Near Future

posted on 19 Dec 2007 13:37 by blueblurryeyes  in Music

Myths of the Near Future คืออัลบั้ม ยอดเยี่ยมสำหรับผมประจำ ปี 2007 นี้

ทุกๆ ปี ผมจะจัดอันดับว่า งานเพลงชิ้นใดศิลปินใดคืออัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ในความเป็นปัจเจกชน การรับสารอาจได้รับไม่เท่ากัน รวมถึงการคัดเลือกคัดกรองข่าวสาร เฉกเช่นเดียวกับเพลง บางเพลงบางผลงานผมก็ไม่เคยฟัง จึงสรุปได้ผมว่าจัดอันดับโดยยึด เอาจากที่ผม ฟังมาทั้งหมดทั้งปีนั้นๆ แล้วคัดเอาว่า อัลบั้มใดเด็ดที่สุด อันมีเหตุผลหลายประการ ดังนี้ งานชุดนั้น ต้องทำให้ผมหยิบมาฟังแล้วไม่เบื่อ เกิดแรงบันดาลใจในการทำเพลงให้กับผมได้ หรือมีความผูกพันร่วมอยู่ด้วย มีความคิดสร้างสรรค์ในตัวงาน

มาทำความรู้จักอัลบั้มนี้กันดีกว่า แล้วจะรู้ว่า เพราะอะไรและทำไมผมถึงยกให้ เป็นอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปีนี้ Myths of the Near Future เป็นผลงานเพลงของกลุ่มศิลปิน นาม klaxons จากตลอดทั้งปี ที่ผมฟังเพลงมาหลายๆ วง Bloc Party ในชุดนี้ ยังไม่เด็ด เท่าชุดก่อน รู้สึกว่าชุดนี้ฟังยากขึ้น แอคติค มังกี้ ทำงานออกมาได้ดีมาผมเกือบจะเลือก ให้พวกเขาเป็น อัลบั้มยอดเยี่ยม เสียแล้ว หากไม่ได้ ฟัง klaxons เสียก่อน เพราะ klaxons จึงทำให้ผมเปลี่ยนกระบวนความคิดไป มีทั้งความแปลกใหม่ ความสด ผสมกันได้อย่างกลมกลืนและลงตัว ประกอบกับผมชอบและสนใจดนตรีทางด้านซินธ์อยู่แล้ว ยิ่งทำให้ผมชอบอัลบั้มนี้เข้าไปใหญ่ จากงานชุดนี้ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจหลายๆ อย่างในการทำงานเพลงมากยิ่งขึ้น วงนี้ มันแปลกดีนะ 


เปิดตัวกันด้วย แทรค แรก ผมชอบมากเลยเพลงนี้ Two Receivers แค่ท่อนขึ้นก็ เร้าอารมณ์ ผมเสียแล้ว เสียงซินธ์ได้ใจมาก เหมาะกับเป็น เพลงเปิดตัวจริงๆ เสียงซินธ์กะจังหวะดนตรี ค่อยๆ เร้าใจเราไปได้เรื่อยๆ จน ไปถึง ท่อนฮุค มันเป็นงานอาร์ทที่ลงตัวจริงๆ


แทรคที่สอง Atlantis to Interzone จะนำพาคุณ เข้าสู่ โลกของดนตรี Rave แต่นี่ไม่ใช่ดนตรี เรฟ แท้ๆ แต่ทว่าเป็นการผสมระหว่างดนตรี โพสพังค์กับ ดนตรี เรฟได้อย่างลงตัว ฟังไปแล้วพลอยจะทำให้เราโยกได้อย่างไม่รู้ตัว โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่ามันกลายเป็นดนตรีที่ล้ำสมัยไปเสียแล้ว เห็นจากทางฝั่งอังกฤษ เขาเรียกกันดนตรีแนวนี้กัน ว่า Nu Rave
ผมจะขอพูดถึงเพลงเด่นๆ หล่ะกัน ที่ทำให้ผมชอบ


Golden Skans เพลงนี้ เล่นที่ซาวน์ย้อนยุค ด้วยกลิ่นอายดนตรียุค 80 ผสมกับดนตรี โพสพังค์ ในแบบฉบับของพวกเขาทำให้เพลงนี้ออกมาดี และดู มี สเนห์ ด้วยท่อนฮุคที่ติดหูได้ไม่ยากในความแปลก
Totem on the Timeline เพลงนี้มาจังหวะ โพสพังค์เลยทีเดียว ด้วยจังหวะที่เร้าใจ ผสมเสียงซินธ์นิดๆ ผมฟังแล้วชอบนะไม่เบื่อ


Gravity's Rainbow อันนี้เป็นไฮไลท์ ของวง เลยนะ ผมรู้จักวงนี้ก็ จากเพลงนี้ หล่ะ รู้จักจากการที่ได้ดูเอมวีเสียด้วย เพลงอะไร แปลกดี เหวอๆ แนวๆ ดี ทำได้ไง เนี่ย แต่ก็ ติดหูจริงๆ สรุปแล้วผมชอบเพลงนี้


Magick กลับมาเรฟ กันอีกครั้งด้วยเพลงนี้ ซาวน์ดูหลอนและหนักหน่วงดี เอมวีเพลงนี้หากทำในไทยมีหวังได้โดนแบน

จากจำนวนเพลงที่ผมชอบมากๆ ในอัลบั้มนี้มีถึง 6 เพลง และฟังไม่เบื่อ ประกอบกับสารของบทเพลงที่เข้าใจยาก ไม่ใช่เนื้อเพลงความรักหนุ่มสาว จึงทำให้ อัลบั้มนี้เฉือนชนะงานเพลงอื่นๆ ที่ผมฟังมาในปีนี้ อนึ่งอัลบั้มนี้ มีความแปลกใหม่ หลายๆ อย่าง ความแปลกใหม่ที่ลงตัว มีความไพเราะ ตัวเพลงมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในงาน จากการฟังเพลงในอัลบั้มนี้จนจบทำให้ผมเกิดและแรงบันดาลใจหลายๆ อย่าง อยากลองทำเพลงแนวนี้บ้าง ใครที่ชอบความแปลกและแหวกแนว แต่ไม่เพี้ยนจนเกินไป ยังมีความป๊อบอยู่ในตัว ที่สำคัญหากคุณชอบเสียงซินธ์ และดนตรีโพสพังค์ ไม่ควรพลาดงานชุดนี้ ผมฟังงานชุดนี้หลายรอบแล้วไม่เบื่อนะ


klaxons : Myths of the Near Future อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2007

Muse : Black Holes and Revelations อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2006

Bloc Party : Silent Alarm อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2005

Green Day : American Idiot อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2004

Coldplay : A Rush of Blood to the Head อัลบั้มยอดเยี่ยม ประจำปี 2003

The Strokes : Is This It อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2002

Jimmy Eat World : Bleed American อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2001

Fatboy Slim: Halfway Between the Gutter and the Stars อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2000

------------------------------------- ยุค90's-------------------------------

The Verve : Urban Hymns อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1999

Suede : Coming Up อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1998

Manic Street Preachers : Every Thing Must Go อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1997

The Smashing Pumpkins : Mellon Collie and the Infinite Sadness อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1996

Oasis :(What's the Story) Morning Glory? อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1995

Green Day : Dookie อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1994

R.E.M. : Automatic for the People อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1992

Nirvana : Nevermind อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 1991

-----------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ บางผลงาน ผมอ้างอิง ตามปี ที่ผมได้ฟัง